foto1
Running text caption 1
foto1
Running text caption 2
foto1
Running text caption 3
foto1
Running text caption 4
foto1
Running text caption 5
Department of Rehabilitation Medicine

จำนวนผู้เยี่ยมชม

090268

Your IP: 54.81.8.73
Server Time: 2017-09-25 02:30:59

สถิติการเยี่ยมชม

ผลของการกระตุ้นสมองผ่านหนังศีรษะด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่สมองส่วน Dorsolateral prefrontal cortex ข้างขวาต่อพุทธิปัญญาในผู้ที่มีพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย

ผู้วิจัย:กฤษณา พิรเวช1, โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์2, พิม โพธิอาศน์3, เชิญขวัญ สธนเสาวภาคย์1และกิตติกร สีหาบุตร1   1ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู, 2ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 3ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.จุฬาลงกรณ์

   

          

            ในปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น อายุที่มากขึ้นสัมพันธ์กับความถดถอยของพุทธิปัญญา ซึ่งรวมถึง ความจำ ภาษา มิติทัศน์ และความสามารถของสมองในด้านการบริหารจัดการ ภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment) เป็นกลุ่มอาการที่ความจำเริ่มลดลงเกินกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับคนที่อายุและระดับการศึกษานั้นๆ  อาการมักจะไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แต่อาจมีความผิดปกติเล็กน้อยในการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันขั้นสูง และมีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมตามมาในภายหลังได้

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. or the author" width="160" hspace="12" height="187" align="left">           

             เครื่องกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ เป็นเครื่องมือที่มีกลไกการทำงานโดยปล่อยไฟฟ้ากระแสตรงขนาดต่ำ 0.5-2 มิลลิแอมแปร์ ขั้วไฟฟ้าจะวางบนตำแหน่งหนังศีรษะที่ต้องการกระตุ้นหรือยับยั้ง กระแสไฟฟ้าบางส่วนนั้นจะถูกส่งผ่านไปยังเนื้อสมองในตำแหน่งนั้นๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความไวต่อการกระตุ้นของเซลล์ประสาทได้ และส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยน และเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานของสมอง (Neuroplasticity)

การวิจัยนี้ได้แบ่งผู้ที่มีภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อยจำนวน 45 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 23 รายได้รับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะบริเวณสมองส่วนหน้าฝั่งขวา โดยทำการกระตุ้นครั้งละ 20 นาที ความถี่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ กลุ่มที่สองจำนวน 22 รายได้รับการกระตุ้นลวง ประเมินผลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ CANTAB (Cambridge Neuropsychological Test Automated Battery) ผลการศึกษาพบว่าการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ ช่วยเพิ่มความสามารถด้านสมาธิ ความสนใจ และความจำรูปภาพระยะสั้นได้หลังจากการกระตุ้นครั้งแรก รวมถึงการตอบสนองในด้านความจำรูปภาพระยะสั้นได้เร็วขึ้นเมื่อกระตุ้นสมองครบ 12 ครั้ง โดยในการศึกษานี้ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงแต่อย่างใด อาการที่พบมากที่สุดคือ ระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งจะหายได้เอง นอกจากนี้ยังพบอาการคันหนังศีรษะ, ปวดศีรษะ, เหนื่อยล้า และเวียนศีรษะได้เป็นส่วนน้อย โดยอาการไม่พึงประสงค์ทั้งหมดสามารถหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง

            จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ อาจเป็นทางอีกเลือกหนึ่งในการเพิ่มพุทธิปัญญาในผู้ป่วยที่มีพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย เพื่อป้องกันและชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อม และช่วยส่งเสริมผลของการฟื้นฟูและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัย และสะดวกต่อการพกพา

ทำเนียบหัวหน้าภาควิชา

  ชื่อ-นามสกุล ระยะเวลา
ศ.กิตติคุณ นพ.เสก  อักษรานุเคราะห์ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.นพ.กระแส  สุคนธมาน พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.นพ.เยี่ยมมโนภพ  บุนนาค พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน

 

ผลงานหนังสือของภาควิชา

ภาคเวชศาสตร์ฟื้นฟูมีผลงานด้านหนังสือด้วยความร่วมมือจากคณาจารย์ดังนี้

 

ศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ, อ.นพ.วสุวัฒน์  กิติสมประยูรกุล.ตำราเวชศาสตร์ฟื้นฟู.กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:2557
   
   

 

1.1            ปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจ

ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นภาควิชาทางคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ สถานที่ตั้งภาควิชาอยู่ที่ตึกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และตึกเจริญ-สมศรี ชั้น 1 ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ปรัชญา (ใช้ร่วมกับคณะ)

               แพทย์จุฬาฯคู่กาชาดไทย วิชาการก้าวไกลสู่สากล รับใช้ปวงชนด้วยคุณธรรม

วิสัยทัศน์

                ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นหน่วยงานที่ผลิตบัณฑิตแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณภาพ ผลิตงานวิจัยและให้บริการทางวิชาการที่มีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมจริยธรรม รับใช้สังคมประเทศชาติ เป็นแหล่งอ้างอิงได้ในระดับชาติ และนานาชาติ บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างพอเพียง

พันธกิจ

  1. จัดการเรียนการสอนด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้แก่นิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน และนิสิตวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มีความรู้ ใฝ่รู้ และมีเจตคติในการให้บริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
  2. ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เสมอภาค ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการ
  3. สร้างงานวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณค่า เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาทางการแพทย์อย่างได้ผล และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ
  5. ตรวจสอบและพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง
  6. ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และจริยธรรมอันดีงาม

วัตถุประสงค์

  1. ผลิตบัณฑิตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มีความรู้ในสาขาวิชาเวชศาสตร์ฟื้น ฟูอย่างถ่องแท้ สามารถคิด และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง และสร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบัน
  2. ให้บริการทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน บริการตรวจรักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
  3. สร้างงานวิจัยที่มีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ อันเป็นประโยชน์ต่อการเรียน การสอน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางการแพทย์
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกันโรค รักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพรวมทั้งเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ
  5. มีการพัฒนาองค์กร และบุคลากรในองค์กรให้มีคุณภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
  6. ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และจริยธรรมอันดีงาม

งานด้านการเรียนการสอน บริการวิชาการ และงานวิจัย ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของคณาจารย์และบุคลากรสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับความร่วมมือจากแพทย์ประจำฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มาปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ ทำงานควบคู่ไปกับอาจารย์ประจำของภาควิชาฯ อีกทั้งมีความร่วมมือในการจัดโปรแกรมฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน โดยมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย เป็นแม่แบบของ Rehabilitation Center ที่สำคัญ

ค่านิยมขององค์กร (Core Value)

ภาควิชามีค่านิยมเหมือนกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ซึ่งได้จากการสัมมนากรรมการบริหารคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดังนี้

Morality Excellence Dignity Innovation Social responsibility Continuous improvement Unity Plus”

จริยธรรม ความเป็นเลิศ ความภาคภูมิใจ นวัตกรรมและการเรียนรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามัคคี พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

กรรมการภาควิชาฯ ประชุมกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ แจ้งให้บุคลากรทราบและขอความคิดเห็น มีการแจ้ง ย้ำพันธกิจ และเข็มมุ่งในการประชุมสัมมนาภาควิชา และสัมมนาฝ่ายประจำปีทุกปี ในการสร้างองค์กรให้เป็นภาควิชาที่มีความยั่งยืน หัวหน้าภาควิชา และกรรมการภาควิชาใช้แผนยุทธศาสตร์ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือกำหนดกลยุทธ์ และนำไปสู่การปฏิบัติที่ประสานมุมมองด้านต่างๆ ที่สำคัญ ช่วยให้การทำงานของทุกหน่วยย่อยในองค์กรมุ่งสู่เป้าประสงค์เดียวกัน อีกทั้งการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา (QA) และงานบริการ (HA) ซึ่งช่วยให้มีการพัฒนามาตรฐานต่อเนื่อง

ภาควิชามีการสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการปรับปรุงผลการดำเนินการ และบรรลุพันธกิจ/ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ของภาควิชาโดยหัวหน้าภาควิชาและกรรมการภาควิชา กำหนดให้มีการประชุมแจ้งผลการดำเนินงานเป็นระยะ และจัดประชุม สัมมนาเพื่อสรุปรวบยอดผลการดำเนินงานประจำปี ส่วนในกรณีมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ทีมบริหารความเสี่ยงจะเรียกประชุมแก้ไขทันที