foto1
Running text caption 1
foto1
Running text caption 2
foto1
Running text caption 3
foto1
Running text caption 4
foto1
Running text caption 5
Department of Rehabilitation Medicine

จำนวนผู้เยี่ยมชม

077164

Your IP: 54.144.39.205
Server Time: 2017-05-25 01:05:19

สถิติการเยี่ยมชม

ผลงานหนังสือของภาควิชา

ภาคเวชศาสตร์ฟื้นฟูมีผลงานด้านหนังสือด้วยความร่วมมือจากคณาจารย์ดังนี้

 

ศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ, อ.นพ.วสุวัฒน์  กิติสมประยูรกุล.ตำราเวชศาสตร์ฟื้นฟู.กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:2557
   
   

 

1.1            ปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจ

ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นภาควิชาทางคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ สถานที่ตั้งภาควิชาอยู่ที่ตึกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และตึกเจริญ-สมศรี ชั้น 1 ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ปรัชญา (ใช้ร่วมกับคณะ)

               แพทย์จุฬาฯคู่กาชาดไทย วิชาการก้าวไกลสู่สากล รับใช้ปวงชนด้วยคุณธรรม

วิสัยทัศน์

                ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นหน่วยงานที่ผลิตบัณฑิตแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณภาพ ผลิตงานวิจัยและให้บริการทางวิชาการที่มีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมจริยธรรม รับใช้สังคมประเทศชาติ เป็นแหล่งอ้างอิงได้ในระดับชาติ และนานาชาติ บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างพอเพียง

พันธกิจ

  1. จัดการเรียนการสอนด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้แก่นิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน และนิสิตวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มีความรู้ ใฝ่รู้ และมีเจตคติในการให้บริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
  2. ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เสมอภาค ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการ
  3. สร้างงานวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณค่า เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาทางการแพทย์อย่างได้ผล และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ
  5. ตรวจสอบและพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง
  6. ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และจริยธรรมอันดีงาม

วัตถุประสงค์

  1. ผลิตบัณฑิตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มีความรู้ในสาขาวิชาเวชศาสตร์ฟื้น ฟูอย่างถ่องแท้ สามารถคิด และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง และสร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบัน
  2. ให้บริการทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน บริการตรวจรักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
  3. สร้างงานวิจัยที่มีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ อันเป็นประโยชน์ต่อการเรียน การสอน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางการแพทย์
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกันโรค รักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพรวมทั้งเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ
  5. มีการพัฒนาองค์กร และบุคลากรในองค์กรให้มีคุณภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
  6. ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และจริยธรรมอันดีงาม

งานด้านการเรียนการสอน บริการวิชาการ และงานวิจัย ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของคณาจารย์และบุคลากรสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับความร่วมมือจากแพทย์ประจำฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มาปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ ทำงานควบคู่ไปกับอาจารย์ประจำของภาควิชาฯ อีกทั้งมีความร่วมมือในการจัดโปรแกรมฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน โดยมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย เป็นแม่แบบของ Rehabilitation Center ที่สำคัญ

ค่านิยมขององค์กร (Core Value)

ภาควิชามีค่านิยมเหมือนกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ซึ่งได้จากการสัมมนากรรมการบริหารคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดังนี้

Morality Excellence Dignity Innovation Social responsibility Continuous improvement Unity Plus”

จริยธรรม ความเป็นเลิศ ความภาคภูมิใจ นวัตกรรมและการเรียนรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามัคคี พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

กรรมการภาควิชาฯ ประชุมกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ แจ้งให้บุคลากรทราบและขอความคิดเห็น มีการแจ้ง ย้ำพันธกิจ และเข็มมุ่งในการประชุมสัมมนาภาควิชา และสัมมนาฝ่ายประจำปีทุกปี ในการสร้างองค์กรให้เป็นภาควิชาที่มีความยั่งยืน หัวหน้าภาควิชา และกรรมการภาควิชาใช้แผนยุทธศาสตร์ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือกำหนดกลยุทธ์ และนำไปสู่การปฏิบัติที่ประสานมุมมองด้านต่างๆ ที่สำคัญ ช่วยให้การทำงานของทุกหน่วยย่อยในองค์กรมุ่งสู่เป้าประสงค์เดียวกัน อีกทั้งการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา (QA) และงานบริการ (HA) ซึ่งช่วยให้มีการพัฒนามาตรฐานต่อเนื่อง

ภาควิชามีการสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการปรับปรุงผลการดำเนินการ และบรรลุพันธกิจ/ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ของภาควิชาโดยหัวหน้าภาควิชาและกรรมการภาควิชา กำหนดให้มีการประชุมแจ้งผลการดำเนินงานเป็นระยะ และจัดประชุม สัมมนาเพื่อสรุปรวบยอดผลการดำเนินงานประจำปี ส่วนในกรณีมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ทีมบริหารความเสี่ยงจะเรียกประชุมแก้ไขทันที

ทำเนียบหัวหน้าภาควิชา

  ชื่อ-นามสกุล ระยะเวลา
ศ.กิตติคุณ นพ.เสก  อักษรานุเคราะห์ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.นพ.กระแส  สุคนธมาน พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.นพ.เยี่ยมมโนภพ  บุนนาค พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน
รศ.พญ.ดุจใจ  ชัยวานิชศิริ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน

 

การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงกฤษณา พิรเวช
หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


     สำหรับการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้ได้ผลดีที่สุด ผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูอย่างเร็วที่สุด และถ้าให้
ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้สูง” รศ.พญ.กฤษณา พิรเวช หัวหน้า
ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นอธิบายถึงปัจจัยสำคัญสำหรับการ
ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง


     “เมื่อ 40-50 ปีก่อน ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน เมื่อรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว
ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจำเป็นจะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ปัจจุบันแม้ว่าระบบ Stroke fast track จะ
ช่วยให้การรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตและความพิการ
ที่เกิดขึ้นลงได้มาก ผู้ป่วยระยะเฉียบพลันส่วนหนึ่งสามารถหายเป็นปกติได้เหมือนเดิม  โดยไม่จำเป็นต้อง
ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ แต่ก็ยังมีผู้ป่วยอีกมากกว่าร้อยละ 80 ที่ยังคงจำเป็นจะต้องได้รับการฟื้นฟูอย่าง
ต่อเนื่อง  เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเช่นเดิม ดังนั้น การแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
(rehabilitation medicine) จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้”


     รศ.พญ.กฤษณา  พิรเวช  ได้กล่าวถึงแนวทางการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของศูนย์โรคหลอดเลือด
สมอง  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ว่าผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟูอย่างครบวงจร  โดยมีทีมบุคลากรจากสหสาขา
วิชาชีพ  ซึ่งจะประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูพยาบาลฟื้นฟู  นักกายภาพบำบัด  นักกิจกรรมบำบัด
นักอรรถบำบัด นักจิตบำบัด นักกายอุปกรณ์ วางแผนแนวทางการฟื้นฟูที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
มีการตรวจประเมินและติดตามอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งไปทำการฟื้นฟูที่บ้านร่วมกับทีมพยาบาลและอาสา
กาชาด นอกจากนี้ ผู้ป่วยอีกส่วนหนึ่งที่ต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบ (intensive) จะถูกส่งไปฟื้นฟู
แบบผู้ป่วยในที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สวางคนิวาสจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในสังกัดสภากาชาดไทย
โดยจะพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูจากระดับความรุนแรงของโรค การรับรู้ ความจำและระดับความพิการที่
หลงเหลืออยู่ ซึ่งจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ


"อยากเน้นว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือด
สมอง ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก็คือ ความร่วมมือของผู้ป่วย ผู้ป่วยบางราย
มาพบแพทย์ได้เร็วก็จริง แต่กลับขาดแรงจูงใจและมีอาการซึมเศร้า ทำให้
ไม่ร่วมมือในการฟื้นฟู บางคนหันไปพึ่งไสยศาสตร์ หรือความเชื่อที่ผิด
จึงพลาดโอกาสทองในการฟื้นฟูไปอย่างน่าเสียดาย"


     กลุ่มที่มีอาการรุนแรงมากจะเป็นผู้ป่วยที่มีการรับรู้ หรือความจำไม่ดีนัก หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สูง การฟื้นฟูจึง
ทำได้ในลักษณะเบาๆ โดยเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น
ภาวะแผลกดทับจากการนอนนิ่งๆ โดยไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ภาวะข้อติดหรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ อาการ
ติดเชื้อในระบบต่างๆ เช่น อาการติดเชื้อในปอด ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่มีปัญหากลืนลำบากจนสำลักอาหาร
และน้ำนอกจากนี้ ผู้ป่วยยังอาจจะมีปัญหาอื่นๆ อีก เช่น ปัญหาเรื่องการทรงตัว และการขับถ่าย เป็นต้น ซึ่ง
จะมุ่งเน้นการให้คำแนะนำวิธีการฟื้นฟูแก่ญาติให้นำไปปฏิบัติ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีที่กลับบ้าน
กลุ่มที่มีอาการรุนแรงปานกลางผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสฟื้นตัวได้มาก
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการที่สมองได้รับการกระตุ้นให้มีการสร้างแขนงประสาทเพิ่มขึ้น  และปรับเปลี่ยนโครงสร้างการ
ทำงาน เพื่อทำงานทดแทนสมองส่วนที่เสียหายไปจากการขาดเลือด โดยการฟื้นฟูในช่วง 3 เดือนแรกหลังจาก
เกิดอาการ จะได้ผลดีที่สุด ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเป็นโอกาสทอง (golden period) ของการฟื้นฟู โดยผู้ป่วย
จะได้รับการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยใน  และมีตารางกิจกรรมที่ให้ผู้ป่วยได้ฟื้นฟูสมรรถภาพ เช่น การทำกายภาพบำบัด
เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแขนขา เคลื่อนไหวข้อต่อ ฝึกการทรงตัว  ฝึกการเดิน  การทำกิจกรรมบำบัดเพื่อฝึก
การใช้มือ ฝึกการกลืน ฝึกทำกิจวัตรประจำวัน การทำอรรถบำบัดฝึกการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีการ
ใช้ดนตรีบำบัดร่วมด้วยเพื่อฝึกการเปล่งเสียง การหายใจ และบรรเทาอารมณ์ซึมเศร้า
กลุ่มที่มีอาการรุนแรงน้อยผู้ป่วยมักจะฟื้นตัวได้เร็ว ควรฝึกให้ผู้ป่วยมีการออกกลังแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อช่วยลดหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยงป้องกันการเกิดโรคซ้ำ


     “อยากเน้นว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตาม
ปกติก็คือ ความร่วมมือของผู้ป่วย ผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์ได้เร็วก็จริง แต่กลับขาดแรงจูงใจและมีอาการ
ซึมเศร้า  ทำให้ไม่ร่วมมือในการฟื้นฟู  บางคนหันไปพึ่งไสยศาสตร์ หรือความเชื่อที่ผิด จึงพลาดโอกาสทองใน
การฟื้นฟูไปอย่างน่าเสียดาย นอกจากนี้ ญาติหรือคนใกล้ชิดก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ควรทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่  และคอยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเหมาะสม โดยพยายามให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวัน
และกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเองให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่”


     “นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองก็คือ การป้องกันการกลับมา
เป็นโรคซ้ำ ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดสมอง  3  โรค  คือ  โรคความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน  และโรคไขมันในเลือดสูง  ด้วยการออกกลังกายสม่ำเสมอ  ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การดำเนินชีวิต  และ/หรือร่วมกับการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ”